สยามกลการอุตสาหกรรม จัดพิธีเปิดอาคารสำนักงานและคลังสินค้าแห่งใหม่

สยามกลการอุตสาหกรรม จัดพิธีเปิดอาคารสำนักงานและคลังสินค้าแห่งใหม่

 

     นายประธานวงศ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท สยามกลการอุตสาหกรรม จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถฟอร์คลิฟท์ “ยูนิแคริเออร์” อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว กำหนดจะจัด พิธีเปิดอาคารสำนักงานและคลังสินค้าแห่งใหม่ ณ อ. บางปะกง จ. ฉะเชิงเทรา ในวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.30-12.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก นายพรพินิจ พรประภา ประธานกรรมการบริษัทฯ เป็นประธานในพิธีเปิด

Read More
กกพ. ดันนักศึกษาจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้า ด้วยกิจกรรม "WASTE TO U ขยะเพื่อคุณภาพชีวิต"

กกพ. ดันนักศึกษาจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้า ด้วยกิจกรรม "WASTE TO U ขยะเพื่อคุณภาพชีวิต"

กกพ. หนุนคนรุ่นใหม่ สนใจเรื่องของการจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้า

จัดกิจกรรม WASTE TO U WASTE TO ENERGY ขยะเพื่อคุณภาพชีวิต

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ให้การสนับสนุน บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด ผ่านกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 เพื่อดำเนินโครงการ “คนบันดาลไฟ ปี 2” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ และสามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งมีกิจกรรมภายใต้โครงการประกอบด้วย สารคดีคนบันดาลไฟปี 2 กิจกรรมอบรมช่างบันดาลไฟเพื่อการติดตั้งโซลาร์เซลล์ กิจกรรมกบจูเนียร์เพื่อการสื่อสาร Bio Energy สู่เด็กและเยาวชน กิจกรรมสื่อสารเรื่องราวความร่วมมือการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในโรงพยาบาลชุมชน และกิจกรรม Energy Talk “WASTE TO U WASTE TO ENERGY ขยะเพื่อคุณภาพชีวิต”

ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน เปิดเผยว่า กิจกรรม WASTE TO U WASTE TO ENERGY ขยะเพื่อคุณภาพชีวิต มีวัตถุประสงค์สำคัญที่มุ่งเน้นสนับสนุนให้เยาวชนคนรุ่นใหม่หันมาสนใจเรื่องของการจัดการขยะ กระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม สร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักรู้ในคุณค่าของการจัดการขยะที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง จนนำไปสู่แนวคิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคนให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรม WASTE TO U WASTE TO ENERGY เป็นการประกวดระดับมหาวิทยาลัย ในหัวข้อ U-ZERO WASTE CREATOR CONTEST เพื่อค้นหานักสื่อสารจัดการขยะ ที่มีไอเดียดีๆ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันจัดการขยะนำไปสู่การผลิตไฟฟ้า ผ่านกระบวนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ไม่จำกัดรูปแบบ ชิงทุนการศึกษากว่า 200,000 บาท 

สำหรับโจทย์และเนื้อหาการประกวด U-ZERO WASTE CREATOR CONTEST จะมุ่งเน้นการให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์แนวคิดในการจัดการขยะโดยเริ่มที่ตนเองจากการจัดการในครัวเรือนไปจนถึงการจัดการในระดับชุมชน ผ่านหลัก 7R คือ Refuse (ปฏิเสธการใช้) Refill (การใช้สินค้าที่เติมได้) Return (การหมุนเวียนมาใช้ใหม่) Repair (การซ่อมแซม) Reuse (การใช้ซ้ำ) Recycle (การนำกลับมาใช้ใหม่) และ Reduce (การลดการใช้)


ทั้งนี้จะทำอย่างไรกับขยะที่มี ไปจนกระทั่งจะทำอย่างไรให้ขยะเกิดน้อยที่สุด คือแนวทางในการปฎิบัติเพื่อสร้างจิตสำนึกในการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาให้ความรู้ในหัวข้อ “พลังงานสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิต” จากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายภาคส่วน อาทิ ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผศ.ดร.สุรพล ผดุงทน อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยขอนแก่น คุณทัศนัย ประจวบมอญ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครขอนแก่น คุณพรรณา อรรคฮาต รักษาการประธานชุมชนโนนชัย 1 เทศบาลนครขอนแก่น คุณศิริวรรณ สุดาจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 10 จังหวัดขอนแก่น คุณธีรวุฒิ ทรงเมตตา กรรมการบริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้

ทั้งนี้กิจกรรมการประกวด U-Zero waste creator contest ระดับภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีนักศึกษาที่ผ่านการเข้ารอบ 6 ทีม ซึ่งประกอบด้วย ทีมเดอะเมส(ก์) จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ทีม ONE PLUS ONE จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ทีม PUBLIC SAVE จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น, ทีม UNIQUE จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้, ทีม ชมรมวีนสา’สุข จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และทีมเดอะเบสท์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม  ซึ่งแต่ละทีมได้นำเสนอผลงานตามระเบียบ ข้อบังคับตามที่ คณะกรรมการกำหนด ซึ่งทุกทีมได้นำเสนอผลงานที่โดดเด่นและเกี่ยวกับกับปัญหาขยะ ตั้งแต่ต้นทางไปจนถึงปลายทางผ่านการสื่อสารผลงานที่สร้างสรรค์เพื่อร่วมกันจัดการขยะสู่การผลิตไฟฟ้าผ่านกระบวนการผลิตสื่อสร้างสรรค์ไม่จำกัดรูปแบบ โดยทีม และมหาวิทยาลัย ผู้ชนะรางวัลกิจกรรม มีดังนี้ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ชื่อผลงาน :  Green city, Clean city, My dream city จากทีม : UNIQUE จาก มหาวิทยาลัยแม่โจ้, รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 ชื่อผลงาน : THE GRABAGE จากทีม : ชมรมวีนสา'สุข จาก มหาวิทยาลัยขอนแก่น และรางวัลชนะเลิศ ชื่อผลงาน : RAP IS TRASH จากทีม : ONE PLUS ONE จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในโครงการ “คนบันดาลไฟ ปี 2” ที่มุ่งต่อยอดจากความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากโครงการ “คนบันดาลไฟ” ในปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด พลังสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ ไปสู่กลยุทธ์การสื่อสารอย่างเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2563 โดยมุ่งเน้นการสร้างแรงบันดาลใจจนก่อเกิดเป็นรูปธรรม รวมถึงการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างเครือข่ายใหม่จากพลังงานหมุนเวียน เพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานในประเทศอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “CLEAN ENERGY FOR LIFE” ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”

Read More
ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564"

ประกาศความพร้อม !! “สงกรานต์บุรีรัมย์ 2564"

วิถีใหม่ อลังการ สนุกสนาน และปลอดภัย
ต้นแบบการพลิกฟื้นเศรษฐกิจจากวิกฤติอีกครั้ง!!!
     กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับ จังหวัดบุรีรัมย์ จัดเทศกาล “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ตื่นตาไปกับสงกรานต์เรืองแสง คอนเสิร์ตศิลปินดังคับคั่ง พร้อมจัดหนักความบันเทิงทุกรูปแบบ 10 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 6-15 เม.ย.64 ณ จ.บุรีรัมย์
     วันที่ 12 มี.ค.64 ณ สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์, นางสาวฐาปนีย์   เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง, นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ และ นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ร่วมแถลงข่าวจัดเทศกาล  “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” (AMAZING SONGKRAN BURIRAM PRESENTED BY CHANG) สุดยอดงานสงกรานต์แนวคิดใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลอดภัยที่สุด และสนุกสนานที่สุด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “สาดแสง สาดสี สาดของดี บุรีรัมย์ แต่ไม่สาดน้ำ” ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 6-15 เม.ย.64  ณ จ.บุรีรัมย์
     นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยบอบช้ำอย่างหนัก ซึ่งหลังจากสถานการณเริ่มคลี่คลาย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงได้เตรียมแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มต้นที่การให้การสนับสนุนกับกิจกรรมใหญ่ๆ ที่จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงเป็นที่มาของการสนับสนุนงาน “อะเมซิ่ง สงกรานต์บุรีรัมย์ พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง” ในครั้งนี้ ซึ่งงานนี้ถือเป็นงานอีเว้นท์ใหญ่ที่จะทำให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย และเดินทางมาเที่ยวที่จังหวัดบุรีรัมย์ และภูมิภาคนี้  ทั้งยังสร้างความมั่นใจให้แก่คนทั้งประเทศในด้านการท่องเที่ยว และเป็นต้นแบบให้กับหลายๆ จังหวัด ในการนำไปฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในจังหวัดอย่างมั่นคง งานนี้จึงถือเป็นหนึ่งในแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทางภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมกันสนับสนุน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ประชาชนสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ มีความปลอดภัย ภายใต้มาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้น 
     นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า  ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการช่วยเหลือธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และการบริการที่รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้เข้ามาสนับสนุนงาน Amazing Songkran Buriram ในฐานะ Title Sponsor ตามกลยุทธ์ “Event Marketing” ซึ่งเป็นการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของไทย โดยใช้เทศกาลงานสงกรานต์ เป็น Game Changer ในการจัดกิจกรรม เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกิดความเชื่อมั่นในด้านความปลอดภัยในการควบคุม บริหารจัดการด้านสาธารณสุขของประเทศไทย โดย ททท. ยังคงดำเนินการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่ใช้หลักการผ่อนคลายตามมาตรการของ ศบค. และแนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการกระจายเชื้อของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มงวด
     “เชื่อมั่นว่า การจัดงานตลอดระยะเวลา 10 วันนี้ จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้าร่วมงานในพื้นที่ได้ไม่น้อยกว่า 400,000 คน และสามารถสร้างได้สู่ระบบเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมโยงได้ไม่น้อยกว่า 1,936 ล้านบาท อัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 2,200 บาท/คน/วัน และ ระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 2.2 วัน/ทริป สร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้พี่น้องประชาชนชาวไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤติการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างรวดเร็วและร่วมกิจกรรมปีใหม่ไทยในพื้นที่ต่างๆ อย่างมีความสุข มีความปลอดภัย
  นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ในส่วนของความพร้อมของการจัดงาน เราได้ประสานงานใกล้ชิดกับทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ในการวางมาตรการดูแลโควิด 19 อย่างเข้มข้น จัดส่งเจ้าหน้าที่มาประจำตามจุดคัดกรอง นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารคอยดูแลความปลอดภัยตลอดทั้งงาน สำหรับพื้นที่การจัดงานจะอยู่ที่ช้าง อารีนา และมีการประดับไฟยาวตลอดเส้นทางหลวงหมายเลข 2445 ไปจนถึงวงเวียนพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 โดยในขณะนี้ทางจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีโครงการในการบูรณะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 ให้มีความสวยงาม ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ ภายในงานจะมีกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ มากมายให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสนุกทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น ขบวนจักรยาน “บุรีรัมย์ ไบค์ไนท์” ขบวนจักรยานพาเหรดที่ประดับไฟแสงสีสวยงาม ที่เตรียมไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปอวดลงในโซเชียลมีเดีย รวมถึงกิจกรรม “เทศกาลประกวดโคมไฟ” ที่จะให้แต่ละอำเภอได้นำไอเดียการคิดประดิษฐ์โคมไฟมาประกวดกัน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นโคมไฟที่สะท้อนความเป็นวิถีของชาวบุรีรัมย์ ซึ่งจะไม่สามารถหาชมได้จากที่ไหนอย่างแน่นอน และ “บุรีรัมย์ สตรีทฟู้ด” เราจะขนอาหารขึ้นชื่อของจังหวัดบุรีรัมย์มารวมไว้ที่นี่มากมายหลากหลายเมนู ชนิดที่ไม่เคยเจอ ที่ไหนมาก่อน พร้อมทั้งมีการจำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น ของดีบุรีรัมย์มากมาย
     นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารสำนักประสานงานภายนอก บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง กล่าวว่า ที่ผ่านมา เราเล็งเห็นถึงความสำคัญ และได้ให้การสนับสนุนงานสงกรานต์ บุรีรัมย์เป็นประจำทุกปี โดยในปีนี้เราได้จัดแคมเปญและกิจกรรมพิเศษมากมาย โดยเริ่มที่เวที Chang Songkran Buriram ซึ่งขนความบันเทิงมาแบบเต็มพิกัด พร้อมกับศิลปินระดับประเทศและท้องถิ่น มาจัดเต็มตลอด 10 วัน ให้พี่น้องชาวบุรีรัมย์ได้สนุกกันแบบยาวๆ ทุกวัน ณ บริเวณ Chang Training Ground ของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้ในวันที่ 10 เม.ย. เราตั้งใจยกเวทีคอนเสิร์ตแห่งปีอย่าง Chang Music Connection มาไว้ใน ช้าง อารีนา ให้ทุกท่านได้พบกับ ศิลปินชั้นนำระดับประเทศ อาทิเช่น บอดี้สแลม, โปเตโต้, โจอี้บอย, บิ๊กแอส และทุกท่านที่เข้าชมงานจะสนุกกันอย่างปลอดภัยเพราะเราจัดงานตามมาตรฐานที่ภาครัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยผู้เข้าชมคอนเสิร์ตฯ ต้องมีอายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และพกบัตรประชาชนมาด้วยทุกครั้ง พร้อมบัตรเข้าชมคอนเสริร์ต สามารถติดตามขั้นตอนการลงทะเบียนหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Chang World และ Line: @Changworldth ต่อด้วยวันที่ 12 เม.ย. พบงาน บุรีรัมย์มาราธอน พรีเซ็นเต็ด บาย เครื่องดื่มตราช้าง “ระยะฟันรัน” ในรูปแบบไนท์รัน ประดับไฟสุดยิ่งใหญ่ตลอดระยะทาง 4.4 กม. พบกับ “TWINKLE TUNNEL” อุโมงค์ไฟระย้าหลากสีที่ยาวที่สุดด้วยดวงไฟกว่า 2 ล้านดวง และเส้นชัย LED ขนาดยักษ์ เอฟเฟกต์ไฟตระการตา พร้อมด้วย Laser Mapping หน้าโดมแก้วช้างอารีนาสุดอลังการครั้งแรกในบุรีรัมย์  และยิ่งใหญ่ระดับโลกด้วย LIGHT SEARCH ที่สูงจนสามารถมองเห็นได้จากทุกแห่งในบุรีรัมย์ ตลอดงานนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปอาหารของดีเมืองบุรีรัมย์อย่างเต็มอิ่ม บริเวณ Chang Street Food Festival อีกด้วย
     นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ได้วางมาตรการในการคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมอย่างเข้มงวด โดยเราได้เตรียมเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขในจำนวนที่มากเพียงพอ สำหรับทำหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิและคัดกรองในทุกๆ จุดเข้าและออกของงาน ซึ่งหากผ่านเกณฑ์ความเสี่ยง ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับการติดสติ๊กเกอร์เป็นหลักฐานยืนยันให้เข้าไปยังบริเวณพื้นที่ของการจัดงานได้ อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้เราได้กำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีแดง ต้องทำการกักตัว 14 วัน หรือขอให้ตรวจ Rapid Test ที่ รพ.บุรีรัมย์ ก่อน โดยนักท่องเที่ยวต้องชำระค่าตรวจคนละ 600 บาท และจะทราบผลภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งหากผลออกมาเป็นลบ ก็จะไม่ต้องกักตัวและสามารถเข้าร่วมงานได้ทันที นอกจากนี้เรายังมีการจัดเจ้าหน้าที่ในการให้คำแนะนำด้านสาธารณสุข เช่น การประชาสัมพันธ์ให้ผู้เข้าร่วมงานสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่ของการจัดงาน และหมั่นล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ เพราะเราตระหนักดีว่างานสงกรานต์บุรีรัมย์นั้นจะเป็นงานที่จะมีผู้มาร่วมงานร่วมหลายแสนคน ผมจึงอยากยืนยันว่า เราพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือทางด้านการแพทย์อย่างเต็มที่ และขอให้ความเชื่อมั่นแก่ทุกท่านว่า เรามีศักยภาพเพียงพอในการรับมือกับการมาเยือนของผู้เข้าร่วมกิจกรรมหลายแสนคนตลอด 10 วันของงานอย่างแน่นอน
     ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับการจัดงานครั้งนี้เป็นความพยายามอย่างยิ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นอีกครั้ง โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภายในมาตรการด้านสาธารณสุขที่เข้มข้นและมีมาตรฐาน เราจะสามารถเป็นต้นแบบในการจัดงานขนาดใหญ่ ที่จะสามารถกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศให้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ตลอดการจัดงาน 10 วัน เราเตรียมกิจกรรมต้อนรับนักท่องเที่ยวมากมาย โดยจะประเดิมกิจกรรมด้วยการทำบุญเบิกบ้าน ลูกหลานรัชกาลที่ 1 ในวันที่ 6 เม.ย.64 ณ บริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 พิธีเจริญพระพุทธมนต์โดยพระสงฆ์ 2,564 รูป เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อเนื่องด้วยพิธีเปิดงานอย่างยิ่งใหญ่ ในช่วงค่ำ ณ ลานหน้าช้าง อารีนา การจัดงานในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่ให้การสนับสนุน, เครื่องดื่มตราช้าง และยังมีผู้สนับสนุนอีกมากมาย ผมเชื่อว่าด้วยศักยภาพของเราชาวบุรีรัมย์ เราจะสามารถเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ และนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานในครั้งนี้ เชื่อว่าท่านจะได้รับความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน
     ผู้สนใจติดตามรายละเอียดการจัดงานเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ Buriram United
Read More
ใหม่! ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ "@MAHACUT ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง"

ใหม่! ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ "@MAHACUT ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง"

     ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ @MAHACUT เป็นหนี่งใน "มะหาคัท แพลตฟอร์ม ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง" แพลตฟอร์มเดียวและแพลตฟอร์มแรกในประเทศไทย ที่เป็นหน้าร้านออนไลน์รูปแบบใหม่ รวบรวมช่างตัดผมทั่วประเทศ ให้ได้นำเสนอตัวตน ฝีมือ รางวัลผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยบริหารจัดการผ่านระบบเดียว ไว้บริการให้กับทุกคนแบบสะดวกสบาย ตัดผมได้ทุกสถานที่ทุกเวลา
     บริษัท มะหาคัท จำกัด เปิดตัว LINE Official Account : “@MAHACUT” เพิ่มเป็นอีกช่องทางสื่อสารระหว่างช่างตัดผมทั่วประเทศและลูกค้าทุกคนที่ใช้บริการ แบบเชิงรุก เพื่อสื่อสารทิศทางและเป้าหมายของมะหาคัทอย่างต่อเนื่องมีประสิทธิภาพ ขับเคลื่อนนโยบาย กลยุทธ์ สู่การปฏิบัติ โดย น.ส.พนิดา แซ่จิว ประธานบริหาร บริษัท มะหาคัท จำกัด ร่วมกับ นายศักดิ์สิทธิ์ ลิขิตเมธากุล ผู้ดำเนินการออกแบบระบบ ดูแลพัฒนาการสื่อสารข้อมูล ที่จะสร้างความเข้าใจต่อกลุ่มช่างตัดผมทั่วประเทศและลูกค้าทุกคน สู่การสร้างความร่วมมือการใช้บริการ มุ่งเป็น “"มะหาคัท แพลตฟอร์ม ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง
     น.ส.พนิดา แซ่จิว ประธานบริหาร บริษัท มะหาคัท จำกัด กล่าวว่า "จุดเริ่มต้นของแพลตฟอร์มนี้ ตนเองได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของช่างตัดผม ซึ่งในประเทศไทยมีช่างผมมากกว่า 90,000 คน โดยบางส่วนได้รับผลกระทบจากวิกฤตสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถเปิดร้านตัดผมได้ ขาดรายได้ จนถึงทำให้เลิกกิจการไป จึงเป็นที่มาทำให้เกิด "มะหาคัท แพลตฟอร์ม ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง" นี้ขึ้น
     ทั้งนี้ จุดเด่นของ "มะหาคัท แพลตฟอร์ม" คือ ทุกคนสามารถรับบริการตัดผมได้ทุกที่ทุกเวลาตลอด 24 ชั่วโมง ถึงที่บ้านลูกค้าไม่ต้องเดินทาง สามารถเลือกช่างที่ต้องการ ทำการจองคิว เรียกช่างให้มาตัดได้ทันที ช่างจะมีรถ MAHACUT ที่ทำการดัดแปลงเป็นรถเคลื่อนที่ออกให้บริการ มีอุปกรณ์ในการตัดผมพร้อม และอีกประเด็นสำคัญ มะหาคัทได้คัดกรองช่างตัดผมที่มีฝีมือ ระดับแนวหน้าของเมืองไทย พร้อมทั้งมีการฝึกอบรมมาตรฐานงานบริการ และความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ผ่านคอร์ส​ "Mahacut ​Sawasdee" เป็นความร่วมมือ​ของวิทยากรจากกรมควบคุมโรค​ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทุกคนได้มั่นใจในการเลือกใช้บริการ ​
     นายศักดิ์สิทธิ์ ลิขิตเมธากุล ผู้ดำเนินการออกแบบระบบ กล่าวว่า “เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายใน "มะหาคัท แพลตฟอร์ม ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง" เชิงรุกผ่าน LINE Official Account “@MAHACUT” ซึ่งเป็นช่องทางการสื่อสารที่เพิ่มความสะดวกให้กับช่างตัดผมของมะหาคัทเอง รวมถึงช่างตัดผมทั่วประเทศ และลูกค้าทุกคนที่มาใช้บริการ ให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่สำคัญของมะหาคัท ทั้งนี้เนื่องจากปัจจุบันหลายคนต้องการที่จะได้รับข้อมูลข่าวสารที่ส่งตรงเข้าถึงได้ในระดับบุคคล ทางมะหาคัทจะส่งข้อมูลข่าวสารที่สำคัญๆ ที่แต่ละกลุ่มเป้าหมายควรทราบ นอกจากนี้ด้วยคุณลักษณะของไลน์ที่เป็นแอปพลิเคชั่นสื่อสารด้วยการสนทนา ผู้รับบริการยังสามารถจะติดต่อสอบถามข้อมูลต่างๆ กลับมาได้อีกด้วย โดยทางมะหาคัทจะมีเจ้าหน้าที่คอยตอบคำถามและให้ข้อมูลที่ถูกต้อง”
     สำหรับในระยะแรก มะหาคัท ได้เปิดให้บริการฟรีสำหรับทุกคนที่สนใจ ผ่านไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ @MAHACUT (LineOA @MAHACUT) ไม่ว่าลูกค้าสนใจอยากหาช่างตัดผม หรือช่างตัดผมทั่วประเทศที่อยากเข้าร่วมเป็นครอบครัวมะหาคัท ขอเชิญชวน แอดไลน์ “@MAHACUT” ลงทะเบียนง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอน โดยเปิดแอพ Line ทำการสแกน QR-Code ด้านล่าง หรือคลิกตามลิงค์นี้ https://bit.ly/2LPycjX
     วิธีการง่ายๆสำหรับคุณลูกค้า เพียงแค่ปลายนิ้ว คือ กดเรียกช่าง เลือกช่าง ชำระเงิน และรอรับบริการได้ทุกที่ทุกเวลา ที่บ้านหรือที่ไหนๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ลูกค้าก็สามารถมีทรงผมที่ถูกใจ กับช่างผมมะหาคัท
     ทุกคนสามารถติดตาม MAHACUT ทาง "มะหาคัท แพลตฟอร์ม ตัดทุกที่ 24 ชั่วโมง" ได้ที่ ไลน์ออฟฟิเชียลแอคเคาท์ @MAHACUT , Facebook และพบกันเร็วๆนี้กับแอปพลิเคชัน MAHACUT ที่เป็นความร่วมมือกับ​ ITAP เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการใช้บริการและติดตามข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์รวมถึงเป็นช่องทางในการให้ความช่วยเหลือตอบคำถาม ต่าง ๆ อีกด้วย
Read More
TED Fund จัดโรดโชว์ Youth Startup Fund ปี 64 ณ เชียงใหม่ เกินคาด

TED Fund จัดโรดโชว์ Youth Startup Fund ปี 64 ณ เชียงใหม่ เกินคาด

โรดโชว์ Youth Startup Fund ที่เชียงใหม่ ผลตอบรับเกินคาด

TED Fund พร้อมลุยภูมิภาค ก่อนปิดรับข้อเสนอโครงการ 31 ม.ค. 64

หลังจากที่ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ได้เริ่มดำเนินโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (Youth Startup Fund) ประจำปี 2564 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนสู่การเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) และสนับสนุนสถาบันการศึกษา สู่การเป็นมหาวิทยาลัยแห่งผู้ประกอบการ โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา และผู้ประกอบการรายใหม่ที่ต้องลงทุนวิจัย และพัฒนาเพื่อผลักดันสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ กองทุนฯ จึงจัดให้มีกิจกรรมเดินสายโรดโชว์ที่ชื่อว่า “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ แนะแนว และเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมโครงการฯ ก่อนจะปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการรอบแรกในระบบ ในวันที่ 31 มกราคม 2564 นี้

สำหรับกิจกรรม “TED New Gen Talent Roadshow 2021” ประเดิมครั้งแรก จัดที่ภาคเหนือ ณ อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี ดร.ชาญวิทย์ ตรีเดช ผู้จัดการกองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) กล่าวเปิดงาน พร้อมบรรยายในหัวข้อ “บทบาทและภารกิจของกองทุนฯ ในการสนับสนุนเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ” และเสวนาเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สำหรับเข้าร่วมโครงการยุววิสาหกิจเริ่มต้น (Youth Startup Fund)” โดย ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน), นายเอกธัช ภัทระโภคพัฐ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนายการฝ่ายพัฒนาโครงการ กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (TED Fund) ร่วมด้วยผู้แทนจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดจากรุ่นพี่ที่เคยได้รับทุนสู่รุ่นน้อง อีกด้วย

ภายในบริเวณงาน มีบูธนิทรรศการจากเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน มหาวิทยาลัยต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มาให้คำปรึกษาในการเริ่มต้นธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรม และกองทุนฯ จัดเจ้าหน้าที่มาให้ความรู้เกี่ยวกับการยื่นข้อเสนอโครงการ โดยมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่ รวมถึงที่เป็นนักศึกษาจำนวนนับร้อยให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม และแจ้งความจำนงยื่นข้อเสนอโครงการ

รูปแบบกิจกรรมของ “TED New Gen Talent Roadshow 2021” จะเหมือนกันทุกครั้งใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ทั้งภาคเหนือ, ตะวันออกเฉียงเหนือ, กลาง และ ใต้ จำนวนทั้งสิ้น 8 ครั้ง โดยครั้งสุดท้ายจะจัดที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2564 พร้อมพิธีลงนามความร่วมมือเครือข่ายร่วมพัฒนาผู้ประกอบการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่มีจำนวนถึง 34 หน่วยงาน ทั้งนี้ TED Fund จะจัดสรรเงินทุนสนับสนุนให้แก่ผู้ประกอบการผู้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ได้รับคัดเลือก ทั้งแบบโปรแกรม Ideation Incentive Program ซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบให้เปล่า วงเงิน 100,000 บาท จำนวน 200 โครงการ และแบบโปรแกรม Prove of Concept ซึ่งให้ทุนสนับสนุนแบบสมทบบางส่วน วงเงิน 500,000 - 1,500,000 บาท จำนวน 100 โครงการ รวมมูลค่างบประมาณการสนับสนุนทุนสำหรับปี 2564 จำนวน 170 ล้านบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม โทรศัพท์ 02-333-3700 ต่อ 4072-4074 และเว็บไซต์ www.tedfund.mhesi.go.th โดยเปิดรับสมัครยื่นข้อเสนอโครงการในระบบสำหรับรอบแรก ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2564

Ted Fund มุ่งหวังที่จะเปิดโอกาสให้เยาวชนได้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ไปพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ สนับสนุนและส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และผู้ประกอบการยุคใหม่ให้สามารถดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานขององค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งจะเป็นตัวเร่งสำคัญในการเพิ่มปริมาณการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสร้างและพัฒนานวัตกรรมของประเทศ นำไปสู่การเป็น ‘ประเทศฐานนวัตกรรม’ ที่ยั่งยืนต่อไป

Read More
สัมภาษณ์รักษาการณ์หัวหน้าพรรค "พลังอนาคต" "จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ"

สัมภาษณ์รักษาการณ์หัวหน้าพรรค "พลังอนาคต" "จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ"

  "จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ" สลัดคราบนักธุรกิจอนาคตไกล มุ่งสู่ถนนสายการเมืองระดับชาติ...กับตำแหน่งรักษาการณ์หัวหน้า พรรค "พลังอนาคต"

หลังจากมีชื่อเสียงจากการเป็นนักธุรกิจอนาคตไกล กับฉายา "มิสเตอร์พันล้าน" "พ่อมดน้อยการเงิน" วันนี้หลังจากการแจ้งเกิดบนเส้นทางการเมืองเพียงชั่วข้ามคืนได้แล้ว เมื่อปีก่อนก็มีกระแสว่า เขาเป็นแกนนำในการจัดตั้ง "พรรคพลังอนาคต" โดยโชว์จุดขายเน้นนโยบายประชาธิปไตย5.0 ตามสไตล์คนรุ่นใหม่ที่กล้าคิด กล้าทำ ชูนโยบายด้านพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ เน้นบุคลากรในพรรคที่มีอายุเฉลี่ย 20 - 40 ปี ซึ่งพรรคการเมืองของเขาจะเน้นนโยบายแบบดาวกระจายเน้นเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่มนักธุรกิจ SME นักการตลาด ส่งผลให้ชื่อเสียงของพรรคพลังอนาคต โด่งดังจนเป็นที่รู้จักเพียงชั่วข้ามคืน จนมีกระแสพูดถึงในวงกว้างทั้งในวงการสื่อมวลชนทุกแขนง และทางสื่อโซเชี่ยลมีเดีย

หลังจากการจัดตั้งพรรคการเมืองน้องใหม่ "พลังอนาคต" มาได้ปีกว่าๆ วันนี้ จักรพันธ์ ประจวบเหมาะ หรือ ดร.อ้วน ได้ให้สื่อฯสัมภาษณ์อีกครั้ง หลังจากมาทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ดีในการใช้สิทธิ์เลือกตั้ง นายกอบจ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่หน่วยเลือกตั้ง โรงเรียนวัดวังยาว อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้เปิดใจถึงสถานการณ์ด้านการเมืองและพรรคพลังอนาคตในขณะนี้ว่า

ความแตกต่างระหว่างการเมืองระดับชาติและระดับท้องถิ่น

-"สวัสดีครับวันนี้ผมรู้สึกยินดีมาก ที่ได้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายกอบจ.และสมาชิกสภาอบจ. ในวันนี้ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่สามารถสะท้อนและเห็นผลถึงการเลือกตั้งระดับชาติในอนาคตอีก2ปีกว่าๆได้ ซึ่งการเมืองท้องถิ่นกับระดับชาตินั้นมีวัฒนธรรมและความแตกต่างกันพอสมควร เช่นวิถีชาวบ้านเขาจะยึดตัวที่ผู้สมัครหรือบุคคลเป็นหลัก พรรคอาจไม่ผลเท่าไหร่ ซึ่งตัวบุคคลที่ชนะเลือกตั้งจะต้องทำการบ้านและคลุกคลีกับชาวบ้านมาพอสมควร

พรรคพลังอนาคตเตรียมการหรือวางแผนไว้สำหรับการเลือกตั้งระดับชาติไว้อย่างไร

- "พลังอนาคต" ได้ยื่นจัดตั้งพรรคกับ กกต.มาปีกว่ามีการวางแผน วางนโยบายพรรคกันอย่างดีแต่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัว เพราะเกิดเหตุการณ์การชุมนุมของนักศึกษา และความขัดแย้งแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายกัน เหมือนการแย่งชิงมวลชนกัน จึงทำให้ "พรรคพลังอนาคต"ต้องชะลอบทบาทไว้ก่อน ซึ่งผมมองว่านั้นมิใช่การแก้ปัญหา ซึ่งทางแก้ปัญหานั้นต้องคุยกัน และค่อยเป็นค่อยไป มองที่ตัวกฎหมายเป็นหลักขอให้ทุกคนเคารพ การแก้กฎหมายมาตราต่างๆ จะทำตามอำเภอใจของตัวเองไม่ได้ต้องยึดประชาชนส่วนใหญ่เป็นหลัก เพราะเราคนไทยด้วยกัน ในอดีตก็มีตัวอย่างมาแล้วทั้งแกนนำชุมนุมประท้วงก็นำมาแต่เกิดคดีความหรือจนถึงขั้นถูกจองจำต้องขังกันเลยทีเดียว การประท้วงหรือมีเหตุการณ์ความวุ่นวายก็จะนำมาแต่ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ผูเดือดร้อนก็คือประชาชนของชาติ ซึ่ง:"พรรคพลังอนาคต" ไม่เห็นด้วยกับความแตกแยกครับ ตอนนี้ขอให้มุ่งไปที่การป้องกันรักษาโควิด-19 ก่อนครับ

แย้มนโยบาย "พรรคพลังอนาคต"

-ด้านนโยบายหลักๆขออุบไว้ก่อนรอวันเปิดตัวแต่พรรคเรามีแคมเปญใหญ่แน่นอน รอสถานการณ์ให้สงบก่อน แต่พรรคเราเน้นความรักสามัคคีระหว่างครอบครัวไม่เน้นความแตกแยกครับ

จุดเด่นของ"พรรคพลังอนาคต"

- "พรรคพลังอนาคต"เน้นการทำงาน เน้นที่การประนีประนอมไม่เน้นความรุนแรง แก้ไขปัญหาทำตามลำดับความสำคัญ ยึดประโยชน์และเสียงส่วนใหญ่ของคนหมู่มากมาก่อนซึ่งตามทฤษฎีระบอบประชาธิปไตย อย่าเอาความคิดเห็นตัวเองเป็นใหญ่ พรรคพลังอนาคตเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจพื้นฐานตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงระดับบน เน้นที่การวางรากฐานในการแก้ปัญหาระยะยาว

พรรคพลังอนาคตมีฐานเสียงทั่วประเทศหรือยัง

- ตอนนี้พรรคเราก็เริ่มมีฐานเสียงไปทั่วทุกภาคเพราะเราทำการตลาดมาพอสมควร แม้จะมีการวางแนวนโยบายพรรคกันแบบเงียบๆอยู่ เพราะสถานการณ์ความขัดแย้งพรรคเลยขอเก็บตัวไว้ก่อน พรรคเราเน้นที่ความประณีประนอม พรรคเรามีกลุ่มฐานเสียงทุกวัย แต่จะเน้นไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่หรือ Gen Z ที่รู้ทันเทคโนโลยี่ มีความชื่นชอบและเชี่ยวชาญด้าน เกมส์ ดนตรี ศิลปะ กีฬา เพื่อที่ชนะ AI หรือควบคุมมันได้ก่อนจะมาแย่งงานของมนุษย์ไปหมด ซึ่งมีทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่จะสามารถประสานกันได้ดี คนรุ่นเก่าจะมองเด็กสมัยนี้ว่าไม่ค่อยมีสัมมาคารวะ ส่วนคนรุ่นใหม่จะพูดตรงๆ ชอบไม่ชอบไม่อ้อมค้อม ซึ่งเป็นเรื่องจิตวิทยาประยุกต์ที่จะสามารถสานและเชื่อมต่อกันได้ครับ

เห็นด้วยกับนักศึกษาที่ออกมาประท้วงหรือไม่

- เห็นด้วยครับ ก็ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ปประชาชนทุกคนพึงกระทำได้ ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย แต่ต้องเคารพสิทธิ์ผู้อื่นไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน การแก้กฎหมายต่างๆต้องผ่านความเห็นชอบของหลายฝ่าย เรามีรัฐธรรมนูญมาหลายฉบับ แต่ก็อยู่ไม่นานเพราะความเห็นไม่ตรงกัน ต้องค่อยเป็นค่อยไปครับ

แย้มถ้าชนะเลือกตั้งในครั้งหน้าพร้อมจะร่วมทีมรัฐบาลหรือไม่

- คงไม่สามารถร่วมทีมกันได้เพราะนโยบายก็คนละฝั่งหรือตรงกันข้ามกัน แต่กว่าจะถึงวันนั้นประชาชนจะเป็นคนเลือกพรรคที่ทำงานเพื่อพวกเขาจริงๆ

ฝากรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาการระบาดโควิด-19

- อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้ตระหนักและทำงานเชิงรุกในการเข้าตรวจประชาชนให้ละเอียดและเข้มข้นกว่านี้ เพราะการระบาดระลอก2 นี้น่ากลัว ถ้าตรวจเจอไวการรักษาและการควบคุมก็จะทำได้ทันท่วงที ไม่แพร่กระจายไปมากกว่านี้ อย่าการ์ดตกกัน แม้จะมีข่าวว่ามีวัคซีนออกมาแล้วและมีการทดลองฉีดไปในบางประเทศไปแล้วตาม แต่เอฟเฟคหรือการแพ้ก็อันตรายมากเช่นกันบางคนก็ปากเบี้ยว มีการแพ้ยาเหมือนคีโมเลยทีเดียว แม้จะรักษาหายแล้วก็ไม่เหมือนเช่นเดิม การไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐครับ

ฝากอวยพรถึงประชาชนชาวไทยในช่วงเทศกาลปีใหม่

- อยากให้พี่น้องประชาชนชาวไทยรักษาสุขภาพ ควรงดออกไปสังสรรค์ข้างนอก จัดงานเล็กๆในครอบครัวก็พอ เพื่อป้องกันโควิด-19 จะได้ไม่เป็นโรคร้ายระบาดไปมากกว่านี้ พอสถานการณ์ทุเลาค่อยกลับมาสังสรรค์กันใหม่ได้ และขออวยพรให้ประชาชนชาวไทยทุกท่านจงมีแต่โชคดีมีความสุข ความเจริญ ห่างไกลโรคร้ายกันนะครับ

Read More
 "จาก้า คอร์ปอเรชั่น"   คว้าแชมป์อันดับ 1 จากผล "Popular Vote"   บริษัทที่มีผู้สนใจอยากร่วมลงทุนมากที่สุด

"จาก้า คอร์ปอเรชั่น" คว้าแชมป์อันดับ 1 จากผล "Popular Vote" บริษัทที่มีผู้สนใจอยากร่วมลงทุนมากที่สุด

 "จาก้า คอร์ปอเรชั่น"

คว้าแชมป์อันดับ 1 จากผล "Popular Vote"

บริษัทที่มีผู้สนใจอยากร่วมลงทุนมากที่สุดในงาน

"Investor Exchange Forum 2020"

เมื่อวันก่อน

บริษัท จาก้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด คว้าแชมป์อันดับ 1 บริษัทที่มีผู้สนใจร่วมลงทุนมากที่สุด ในงาน "Investor Exchange Forum 2020" ซึ่งจัดโดย ผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มคราวด์ฟันดิ้งรายแรกจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คือ บริษัท ฟีนิกซิคท์ จำกัด ผู้ดำเนินการแพลตฟอร์ม สินวัฒนา คราวด์ฟันดิ้งเมื่อวันก่อนที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.

โดย คุณจิณณ์ธิตา  จันทสุวรรณสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ กล่าวว่า "ทาง บจก. จาก้า คอร์ป ของเรา ได้เวิร์คงานกับ "สินวัฒนา คราวด์ฟันดิ้ง" มาในระยะเวลาหนึ่งแล้วค่ะ คาดว่าในเดือนธันวาคม 63 นี้ เราพร้อมที่จะเข้าระดมทุนผ่านแพลตฟอร์มนี้ เป็นที่แน่นอน นอกจากนี้ ในรอบของการพิชชิ่งของบรรดาบริษัทต่างๆ ที่เตรียมความพร้อมเข้าสู่การระดมทุนในแพลตฟอร์มเดียวกัน ซึ่งผลโหวตออกมา เราได้รับรางวัลอันดับ1 ของบริษัทที่มีผู้สนใจอยากลงทุนมากที่สุด จุดนี้ทำให้เรามั่นใจในศักยภาพถึงการเข้าระดมทุนในครั้งนี้ และคาดว่าเราจะประสบผลสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ด้วยค่ะ" 

  ทั้งนี้ "บจก.จาก้า คอร์ป" เป็นบริษัทผู้จำหน่ายเกมและอุปกรณ์ไอที ครบวงจร ซึ่งมีสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ เครือเซ็นทรัล กรุ๊ป , เดอะ มอล์ล กรุ้ป นอกจากนี้ จาก้า ยังเตรียมตั้งศูนย์ฝึกอบรม นักแคชเกม และ กีฬา e-Sport พร้อมร่วมกับภาครัฐจัดแข่งขัน ผลักดันวงการเกมเมอร์ในเมืองไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลอีกด้วย

Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER