เจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต กรุงเทพมหานคร ปรับโฉมใหม่ ยกระดับสู่ “ตลาดต้นแบบวิถีใหม่ย่านถนนประชาชื่น”

เจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต กรุงเทพมหานคร ปรับโฉมใหม่ ยกระดับสู่ “ตลาดต้นแบบวิถีใหม่ย่านถนนประชาชื่น”

เจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต กรุงเทพมหานคร
ปรับโฉมใหม่ ยกระดับสู่ “ตลาดต้นแบบวิถีใหม่ย่านถนนประชาชื่น”
     ตลาดนัดเจเจกรีนสแควร์ เปิดตัวทีมและแผนปรับธุรกิจโฉมใหม่สู่ “โครงการเจเจ กรีนเอ็กซ์ มาร์เก็ต ตลาดต้นแบบวิถีใหม่ กรุงเทพมหานคร” ภายใต้แนวคิดช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจการค้ารูปแบบใหม่หลังวิกฤตไวรัสโควิด-19 เตรียมแผนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนกลุ่มลูกค้า ทุกรุ่นทุกวัยเข้าใช้บริการในพื้นที่ ด้วยการจัดสรรร้านค้าและบริการแบบมาร์เก็ตเพลสครบวงจร ให้ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจและสร้างกลุ่มลูกค้าที่ตรงเป้าหมาย พร้อมจับมือภาคีหลาย ภาคส่วน ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน เดินหน้าโครงการต้นแบบ ด้านศิลปะ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การเกษตรปลอดภัย เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และชุมชน รวมถึงการยกระดับ SMEs สู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพอย่างยั่งยืน
     ดร.ชนิสรา ดาอ่อน ประธานเครือข่ายขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาโครงการเจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต เปิดเผยว่า กลุ่มเครือข่ายเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน ได้ร่วมกับคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของตลาดเจเจกรีน สแควร์ เพื่อร่วมฟื้นฟูพื้นที่และพัฒนาให้ตลาดนัดย่านถนนประชาชื่น ให้กลับมาอีกครั้ง หลังสถานการณ์วิกฤตไวรัสโควิด-19 จึงได้ปรับรูปแบบจากตลาดนัดเดิมไปสู่ตลาดรูปแบบใหม่ ที่ชื่อว่า “เจเจ กรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต ต้นแบบตลาดวิถีใหม่ กรุงเทพมหานคร” เพื่อเป็นมาร์เก็ตเพลสทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ประกอบการธุรกิจการค้าและบริการ ซึ่งจะมีการคัดสรรธุรกิจที่มีคุณภาพไว้รองรับการให้บริการกับกลุ่มลูกค้าที่ตรงเป้าหมาย รวมถึงพัฒนาสู่ตลาดที่ส่งเสริมงานด้านศิลปะ วัฒนธรรมจากสินค้าชุมชนฐานราก ชาติพันธ์และชนเผ่าจากทั่วประเทศด้วย โดยการเปิดตัวครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ บมจ.ธนาคารกรุงเทพ ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน และประธานสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เป็นประธานในวันเปิดตัวเมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม 2566
     “การเปิดตัวของเจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต ได้รับการตอบรับจากภาคีพันธมิตรเข้าร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ ธนาคารออมสิน, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, สภาธุรกิจไทย-จีน, สมาคมการค้านักธุรกิจสากล, สถาบันอาหาร, สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย, เครือข่ายตลาดน้ำคลองลัดมะยม, สำนักมาตรฐานการอาชีวะและวิชาชีพ และ ผู้ประกอบการธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้องอื่นๆ อีกมากมาย นับเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าให้สามารถอยู่รอด อยู่เป็น อยู่อย่างยั่งยืน ด้วยเงื่อนไขสุดพิเศษในการเริ่มต้นใหม่ร่วมกันอีกครั้ง” ดร.ชนิสรา กล่าว
     นายศุภอัชฌ์ ชาตรูปะวณิช กรรมการบริหารด้านการตลาด โครงการเจเจกรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต กล่าวเสริมว่า โครงการเจเจ กรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต ต้นแบบตลาดวิถีใหม่ กรุงเทพมหานคร มีทีมผู้บริหารชุดใหม่ ที่มีประสบการณ์ในด้านการทำธุรกิจตลาดทั้งในและต่างประเทศ ออนไลน์และออฟไลน์เต็มรูปแบบ ที่จะช่วยพัฒนาพื้นที่ขนาด 28 ไร่ ไปสู่ตลาดต้นแบบ (Sandbox) ด้วยการนำแนวคิดการพัฒนาตลาดที่ตอบรับกับนโยบาย “Soft Power 5 F : Food, Film, Festival, Fashion และ Fighting” ของรัฐบาล มาต่อยอด ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวการรวบรวมสินค้าและบริการจากชุมชนทั่วประเทศ สำหรับรองรับกลุ่มคนในเมืองหลวง และนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้เตรียมแผนการจัดสรรพื้นที่ทั้ง โซนแฟชั่น, โซนสุขภาพและความงาม,โซนของที่ระลึกและของสะสม, โซนสินค้าเกษตรอินทรีย์, โซนวัฒนธรรมสินค้าจากชุมชนต่างๆ, รวมถึงโซนการศูนย์การเรียนรู้และพัฒนาธุรกิจสู่ความเป็นมืออาชีพแบบครบวงจร  เพื่อเป็นโครงการตลาดต้นแบบวิถีใหม่อย่างแท้จริงต่อไป
     “ในเฟสต่อไปจะพัฒนาพื้นส่วนอื่นๆ ในรูปแบบโครงการพิเศษ อาทิ โครงการส่งเสริมและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม, การพัฒนาศูนย์การเรียนรู้พื้นที่ต้นแบบด้านการเกษตรตามแนวทางพระราชดำริ “เกษตรกษัตริย์” , โครงการเกษตรผสมผสานที่สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง, โครงการแปลงสาธิตเกษตรดิจิทัลและเกษตรคนเมืองที่จะเป็นแหล่งต้นทุนด้านการผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยในรูปแบบต่างๆ เพื่อรองรับการให้บริการกับประชาชนในพื้นที่เมืองหลวง เป็นต้น โดยโครงการต่างๆ จะเสริมแนวคิดด้านการพัฒนาบุคคลากรของประเทศในกลุ่มผู้ด้อยโอกาสและผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านคุณภาพชีวิตและรายได้ให้กับกลุ่มดังกล่าวไปพร้อมๆ กับการพัฒนาโครงการด้วย “ นายศุภอัชฌ์ กล่าว
     นายนันทวัฒน์  เปรมชัยพร กรรมการบริหารด้านการขาย โครงการเจเจ กรีน เอ็กซ์ มาร์เก็ต กล่าวเสริมว่า โครงการฯ ได้เริ่มเปิดรับพันธมิตรร้านค้าที่จะทำธุรกิจกับร่วมกับพื้นที่แล้ว โดยคณะกรรมการจะมีการคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสู่การเป็นตลาดต้นแบบ ในแต่ละกลุ่มธุรกิจในลำดับต่อไป สำหรับพื้นที่การให้บริการเฟสแรกนี้ จะเปิดทำการในวันพฤหัสบดีถึงวันอาทิตย์ ระหว่างเวลา 18.00-24.00น. และเฟสที่สองจะเริ่มเปิดให้บริการพื้นที่ในช่วงกลางวัน ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์ในในลำดับต่อไป สำหรับผู้สนใจร่วมให้บริการในพื้นที่โครงการ ติดต่อได้ที่ โทร. 095-459-2915
Read More
เคหะสุขประชา จัด Job Fair เปิด “สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง” ชวนลูกบ้านเข้าตลาดเลือกอาชีพ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจมั่นคง

เคหะสุขประชา จัด Job Fair เปิด “สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง” ชวนลูกบ้านเข้าตลาดเลือกอาชีพ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจมั่นคง

เคหะสุขประชา จัด Job Fair เปิด “สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง”
ชวนลูกบ้านเข้าตลาดเลือกอาชีพ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจมั่นคง
ดร.ตวงอัฐ ชัยกิจโกสีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสุขประชา บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน)
นายชาลี ด้วงวิเศษ หนึ่งในลูกบ้านของโครงการเคหะสุขประชา ฉลองกรุง
นางวัลลา ชัยโชค หนึ่งในลูกบ้านของโครงการเคหะสุขประชา ฉลองกรุง
     เคหะสุขประชา จัดกิจกรรม Job Fair เปิดโอกาสลูกบ้าน “เคหะสุขประชา ฉลองกรุง” เข้าจับจองสิทธิ์ทำอาชีพใน “สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง” โมเดิร์น มาร์เก็ตที่ทันสมัย เน้นเรื่องสุขอนามัยและไม่แออัด รวมกว่า 150 ร้านค้า สร้างตลาดด้วยแพลนชุมชนที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย ตัดปัญหาขายของซ้ำแย่งลูกค้ากัน คัดสรรแฟรนไชส์ดังเป็นตัวเลือกสร้างรายได้มั่นคง พร้อมดูแลด้านการเงินกับครัวเรือนเปราะบางโดยธนาคารออมสิน ตั้งเป้าให้เติบโตเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของบ้านเคหะสุขประชา ฉลองกรุง รวมถึงชุมชนโดยรอบ
     ดร.ตวงอัฐ ชัยกิจโกสีย์ ประธานเจ้าหน้าที่ศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสุขประชา บริษัท เคหะสุขประชา จำกัด (มหาชน) เผยว่า หลังจากบ้านเคหะสุขประชา ฉลองกรุง ได้รับการบรรจุสิทธิ์ผู้เช่าครบจำนวน 302 หน่วย รวมถึงด้านโครงการตลาด ซึ่งเป็น 1 ใน 6 รูปแบบอาชีพหลักตามแนวคิดเศรษฐกิจสุขประชา ก็มีความพร้อมให้ผู้เช่าเข้ามาประกอบอาชีพอย่างเป็นทางการในชื่อ “สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง” ทำให้ศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจสุขประชา (DEET) ได้ดำเนินแผนงานต่อเนื่อง ด้วยการจัดกิจกรรม “Job Fair” เพื่อให้ลูกบ้านจับจองค้าขายตามความเหมาะสมพร้อมสร้างรายได้เลี้ยงชีพอย่างมั่นคง
     ​“สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง เป็นโมเดลการขายของในตลาด รวมถึงมีอาชีพบริการอื่น ๆ เข้ามาเสริมด้วย ซึ่งการจัดกิจกรรม Job Fair ขึ้นมา ก็เพื่อแนะนำให้ลูกบ้านเข้าใจถึงการบริหารจัดการต้นทุนและรายได้สำหรับการค้าขาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ อีกทั้งยังมีการออกบูธแฟรนไชส์ที่ DEET คัดสรรมาเป็นทางเลือกสำหรับการประกอบอาชีพ เช่น ของสด อาหาร รวมถึงพาร์ทเนอร์อย่างร้านค้าของผู้ถือหุ้น Winnonie และฝั่งธนาคารออมสินที่เซ็น MOU กับการเคหะแห่งชาติ เพื่อเข้ามาช่วยดูแลเรื่องการกู้ยืมเงิน การทำอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมประกอบอาชีพและช่วยให้กลุ่มครัวเรือนเปราะบางมีรายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย”
     สำหรับคอนเซปต์หลักของสุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง คือการสร้างโมเดิร์น มาร์เก็ต ที่เน้นด้านสุขอนามัย ไม่แออัด มีความทันสมัย โดยแบ่งเป็น 150 แผงในตัวอาคาร และอีก 30-50 แผงอยู่โซนด้านนอกเพื่อพัฒนาเป็นตลาดใหม่ที่จะเปิดให้ชุมชนโดยรอบเข้ามาจองสิทธิ์ในอนาคต ทั้งยังเน้นการสร้างตลาดชุมชนที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย โดยใช้หลักการดีไซน์จำนวนและการจัดวางล็อคตลาดไม่ให้เกิดการแย่งกันทำธุรกิจ ซึ่งช่วยไม่ให้เกิดการขายของประเภทเดียวกันหรือการแย่งลูกค้ากันอีกด้วย
     ​โดย นายชาลี ด้วงวิเศษ หนึ่งในลูกบ้านของโครงการเคหะสุขประชา ฉลองกรุง กล่าวว่าตัวเองได้รับสิทธิ์เช่าอยู่ในช่วงเวลาปลดเกษียณพอดี จึงพาครอบครัวย้ายจากจังหวัดเชียงรายมาใช้ชีวิต ทำอาชีพ และเลี้ยงครอบครัวที่บ้านเคหะสุขประชา “พอทำสัญญามอบกุญแจ ผมก็พาครอบครัวย้ายเข้ามาวันแรกเลย ความรู้สึกตอนได้ดูบ้านคือมีความสุขครับ เรามีพื้นที่ห้องของพ่อแม่ ห้องของลูก ห้องเก็บของ ห้องนั่งเล่น แล้วข้างนอกก็มีพื้นที่สำหรับปลูกอะไรต่ออะไรด้วย ส่วนเรื่องอาชีพ ผมมีเงินเกษียณมาใช้เริ่มต้นประกอบอาชีพที่นี่ แค่ผมเปิดร้านกาแฟ ถ้าวันหนึ่งขายได้ 20 แก้วก็อยู่ได้แล้ว ถ้าขายได้ 50 แก้วก็เป็นกำไร แล้วยังมีการอบรมจากโครงการที่ให้ประโยชน์มากเรื่องการใช้จ่าย มันทำให้เราเลือกได้ว่าจะลดรายจ่ายอะไร หรือเพิ่มรายได้ตรงไหน”
     ด้าน นางวัลลา ชัยโชค อีกหนึ่งลูกบ้านของโครงการเคหะสุขประชา ฉลองกรุง ได้กล่าวว่าแต่ก่อนตัวเองทำอาชีพขายไก่ย่างข้าวเหนียวในชุมชนใกล้กับพื้นที่บ้านเคหะสุขประชา แต่เมื่อได้รับสิทธิ์เช่าบ้านผ่านเว็บไซต์ จึงย้ายเข้ามาและยกอาชีพเดิมให้ลูกสานต่อ “เราย้ายมาที่นี่แล้วก็อยากจะค้าขายไก่สดอยู่ในตลาด เพราะจากที่ได้ศึกษาและปรึกษาจากคนรอบตัว มันเป็นของที่ขายได้ง่ายกว่าไก่ย่าง ต้นทุนก็น้อยกว่า และก็ให้กำไรเพียงพอกับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันด้วย”
 
​“สุขประชามาร์เก็ต ฉลองกรุง” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ มีร้านค้ากว่า 150 ร้านค้า ที่จอดรถกว่า 150 คัน รองรับการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ พร้อมเติบโตเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของบ้านเคหะสุขประชา ฉลองกรุง รวมถึงชุมชนโดยรอบ ติดตามความเคลื่อนไหวและข่าวสารเพิ่มเติมของ เคหะสุขประชา ได้ที่ www.kha.co.th หรือ facebook.com/KHA.Sukpracha
Read More
ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และคณะ ถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และคณะ ถวายพระพร เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ นำคณะกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ทำบุญเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
     (๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๕) เวลา ๑๗.๐๐ น. นางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนา เพื่อถวายพระพรชัยมงคล แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ศาลาสกุลไทย วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และมีคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ และคณะกรรมการฝ่าย เข้าร่วมในพิธี

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ นิมนต์พระสงฆ์ จำนวน ๕ รูป ประกอบพิธี นางสาวสุกัญญา  ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ จุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีลและเจริญพระพุทธมนต์

จากนั้น นางสาวสุกัญญา  ประจวบเหมาะ ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร สมาชิกสมทบ และคณะกรรมการฝ่าย ถวายผ้าไตร และสังฆทานพระสงฆ์ จำนวน ๕ รูป พระสงฆ์สวดอนุโมทนา กรวดน้ำรับพร กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

หลังจากนั้น ประธานสงฆ์นำเจริญจิตตภาวนา พร้อมนั่งเจริญภาวนาเพื่อถวายเป็นพระกุศล

ประธานในพิธีกราบนมัสการพระรัตนตรัย ถวายความเคารพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ฯ ต่อจากนั้น ประกอบพิธีปล่อยเต่า ที่เขามอ ภายในบริเวณวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร เพื่อถวายเป็นพระกุศล ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน เป็นเสร็จพิธี
Read More
เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ คิดค้นยาใหม่แก้ปวดจากสารสกัดกัญชา มาตรฐานสูง

เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ คิดค้นยาใหม่แก้ปวดจากสารสกัดกัญชา มาตรฐานสูง

เปิดศูนย์นวัตกรรมทางการแพทย์ วิจัยยาใหม่แก้ปวดจากสารสกัดกัญชา มาตรฐานสูง
คุณสิทธิรุจน์ เสถียรจารุพงศา ประธาน บริษัท โมดิฟายด์ เอพีไอ จำกัด 
     วันที่ 23 ธันวาคม พศ. 2565 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. บริษัท โมดิฟายด์ เอพีไอ จำกัด เปิดตัวศูนย์นวัตกรรมเพื่อการแพทย์ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีทางด้านเคมีและเภสัชกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาสารสกัดจากกัญชาและกัญชงในประเทศที่ปัจจุบันนี้ยังมีความท้าทายอยู่มากโดยเฉพาะประเด็นร้อนปัญหาจากสารทีเอชซีที่อาจก่อให้เกิดการเสพติด ทางออกในเรื่องนี้จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีการผลิตยาเข้ามาแก้ปัญหา ซึ่งการศึกษาวิจัยพบว่าสารทีเอชซีสามารถใช้เป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตสารซีบีเอ็นที่แพทย์ยอมรับว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่า
     คุณสิทธิรุจน์ เสถียรจารุพงศา ประธานบริษัทฯ กล่าวว่า การก่อตั้งศูนย์นวัตกรรมของทางบริษัทได้รับการสนับสนุนพื้นที่ห้องวิจัยและสำนักงานรวมทั้งการบริการทางด้านการวิจัยจากอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย สวทช. ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กัญชาเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เรามุ่งเน้นการผลิตสารซีบีเอ็นที่ใช้สารตั้งต้นมาจากภาคการเกษตร โดยที่สารซีบีเอ็นให้ผลดีในการระงับการปวดและช่วยส่งเสริมคุณภาพการหลับ เราวางเป้าหมายไว้ว่าการพัฒนายาแก้ปวดรูปแบบใหม่จะช่วยแก้ปัญหาความเสี่ยงโรคไตจากการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลหรือที่เรียกว่าเอ็นเสด ทางบริษัทได้มีการหารือเรื่องคลินิกวิจัยกับบุคลากรการแพทย์จากโรงพยาบาลเมดพาร์คและคณะแพทยศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง โดยที่เรามีบริษัท ซาลัส ไบโอซูติคอล จำกัดเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตซีบีเอ็น การควบคุมมาตรฐานและตรวจสอบย้อนกลับทำโดยเทคโนโลยีบล็อกเชน เอ็กซ์โค่ สมาร์ท แพลตฟอร์ม เพื่อส่งต่อสารตั้งต้นที่ได้เข้าสู่กระบวนการผลิตยา
     นายแพทย์อนวัช เสริมสวรรค์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ฯ กล่าวว่า คลินิกวิจัยมีความสำคัญอย่างมากต่อการผลิตยาใหม่และจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ต้องได้รับการยอมรับจากวงการแพทย์ นับว่าเป็นก้าวใหม่ที่ประเทศไทยจะได้มีบริษัทยาสัญชาติไทยที่สามารถเปลี่ยนจุดอ่อนเป็นจุดแข็ง สร้างโอกาสทางด้านสุขภาพให้กับคนในประเทศได้เข้าถึงยาที่ปลอดภัยมากขึ้น
     ดร.พรชัย อินทร์ฉาย รองผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) กล่าวว่า การขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยงานวิจัยจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษาในระยะยาว ช่วยให้เกิดการตื่นตัวกระตุ้นเยาวชนรุ่นใหม่สนใจวิทยาศาตร์มากขึ้น สสวท. ภูมิใจที่บุคลากรที่เชี่ยวชาญเป็นพิเศษทางด้านการพัฒนายาจะได้เข้ามาเป็นกำลังหลักในการใช้องค์ความรู้เฉพาะทางมาช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศ นอกจากนี้พันธกิจการผลิตบุคลากรที่มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้ประเทศสามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธในการพัฒนาประเทศได้
     สำหรับเกษตรกร ประชาชน หรือหน่วยงาน ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท โมดิฟายด์ เอพีไอ จำกัดตามหมายเลข 080-4191919
Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER