เสี่ยชาย แถลงข่าวใหญ่! "คนละครึ่งพลัส" ดึงเคนโด้ ขึ้นแท่น CEO Super Platform

เสี่ยชาย แถลงข่าวใหญ่! "คนละครึ่งพลัส" ดึงเคนโด้ ขึ้นแท่น CEO Super Platform

แถลงข่าวใหญ่! เสี่ยชาย ดึงเคนโด้ ขึ้นแท่น CEO Super Platform คนละครึ่งพลัส
     แถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ "คนละครึ่งพลัส" เปิดตัวใหญ่ช่วยคนไทยมีรายได้ พร้อมดึงพาร์ทเนอร์มากมายทั้งสินค้าและบริการร่วมทำการตลาด โดยในงานได้รับเกียรติจาก ไฮโซ ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา ต่าย สายธาร นิยมการณ์ ปิ๋ม ซีโฟร์ และเหล่า influencer มากมาย พร้อมเหล่าผู้บริหาร 
     โดย คุณสุพรรณี สัณฑิติ รองประธานกรรมการ "คนละครึ่งพลัส" ได้แสดงวิสัยทัศน์ การเติบโตของ"คนละครึ่งพลัส"ซึ่งตนเองเคยบริหารงานออนไลน์ทำรายได้ 100 ล้านมาแล้ว จึงมองออกเลยว่า"คนละครึ่งพลัส"จะสามารถสร้างรายได้ และเป็นของขวัญปีใหม่ให้
     ที่มาความยิ่งใหญ่ของ Super Platform คนละครึ่งพลัส เริ่มจาก  ''เสี่ยชาย'' หลังจากที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ในเรื่องการถ่ายทอดสด ด้วยความเร็วสูงทางช่อง gosport.world ที่กลายเป็นมิติใหม่ ของการถ่ายทอดสดการแข่งขันมวยไทย ที่แฟนมวยทึ่ง 
     เพราะดูจากจอทีวีเสมือนดูสดในเวที เรียกว่าอารมณ์เดียวเสมือนดูมวยสดๆในเวทีการแข่งขันล่าสุด “เสี่ยชาย โกสปอร์ต” นาย สิทธิรุจน์ เสถียรจารุพงศา ผู้ก่อตั้งบริษัท โกโซเชียล จำกัด เจ้าของช่อง gosport 38 HD ได้มีแนวคิดสร้าง Super Platform ชื่อ "คนละครึ่งพลัส" ที่จะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศ ด้วยการเชื่อมโยง สินค้า บริการ สาธารณูปโภค ด้วยเทคโนโลยี Blockchain รองรับการใช้จ่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ  เพื่อคนไทยจะได้ใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้นและสามารถสร้างรายได้ผ่าน "คนละครึ่งพลัส" อีกด้วย  
     งานนี้เสี่ยชายดึงผู้ประกาศข่าวมากความสามารถ เคนโด้ เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ด้วยประสบการณ์ในวงการสื่อมวลชนมาถึง 20 ปี ที่ผ่านมามีผลงานเป็นที่ประจักษ์
     ในการเปิดโปงธุรกิจผิดกฎหมาย เมจิกสกิน และ Forex3d ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่า เคนโด้ เป็นแบรนด์ของความถูกต้องอย่างแท้จริง กับบทบาท CEO "คนละครึ่งพลัส" 
     โดย เคนโด้เปิดใจว่า ''ผมอยู่ในวงการเห็นแพลตฟอร์มมามากมาย ยังไม่เห็นแพลตฟอร์ม ไหนที่เป็น Super Platform อย่างแท้จริง จนได้มาเจอ "คนละครึ่งพลัส" และลองใช้งานจริง 
     ผมรู้สึกทึ่งมาก ที่"คนละครึ่งพลัส"สามารถเชื่อมต่อความสะดวกสบายให้ประชาชน จากการใช้มือถือแค่เครื่องเดียวนี่แหละคือ Platform ที่ผมรอมาตลอด''  
     จึงตัดสินใจรับเป็น CEO บริหารงานให้กับ"คนละครึ่งพลัส" เพราะผมมีความเชื่อว่า"คนละครึ่งพลัส"จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจ กระตุ้นการใช้จ่าย เกิดเม็ดเงินหมุนเวียน และที่สำคัญใครๆก็สามารถใช้"คนละครึ่งพลัส"ได้ ใช้จ่ายแล้วได้เงิน มีที่นี่ที่เดียว 
     และยังได้เปิดตัวที่ปรึกษา อาจารย์กวง ลอไพบูลย์  กับ Content ทำบุญได้บุญ กับ"คนละครึ่งพลัส"รวมทั้ง Digital assets NFT /token/ crypto currency พร้อมดันรายการใหม่ ช่อง Go Sport 38 HD  
1. Wife carpet ปูพรมขาว
2. มรรค on the way
3. Dataism 
4. ลงขันธ์ Brand Ambassador
     ได้ชมกันเร็วๆนี้ 
     "คนละครึ่งพลัส"ยังเสริมทัพบริหารด้วยทีมงานตัวจริงในวงการ อาทิ ศุภฤกษ์ ละมูลนอก , ชัยพร สวนทรง , ปิยะนันท์ ทิมโพธิ์กลาง , ประณัฐ เปาชัย และ ธนวัฒน์ เอื้ออาดูลย์กูล
     สามารถเข้าใช้ระบบได้ทาง www.คนละครึ่งพลัส.com
Read More
“พันทิพย์” ขนส่งมวลชนเจ้าใหญ่ภาคใต้ มั่นใจเครื่องฟอกอากาศอัลไพน์ ติดตั้งในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งแล้วกว่า 100 คัน

“พันทิพย์” ขนส่งมวลชนเจ้าใหญ่ภาคใต้ มั่นใจเครื่องฟอกอากาศอัลไพน์ ติดตั้งในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งแล้วกว่า 100 คัน

“พันทิพย์” ขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ภาคใต้ ร่วมกับ บริษัท อัลไพน์ จำกัด ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งข้ามจังหวัดกว่า 100 คัน
    เมื่อเร็ว ๆ นี้ พันทิพย์ ขนส่งมวลชนเจ้าใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศ ได้จับมือกับ บริษัท อัลไพน์ จำกัด ผู้ผลิต Electronic Air Filter นวัตกรรมใหม่ล่าสุด เพื่อกำจัดไวรัส Covid-19 ในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งข้ามจังหวัดที่อยู่ในเครือของพันทิพย์ จำนวนกว่า 100 คัน เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งไทยและต่างประเทศที่อยู่ภายในอาคารและรถขนส่งโดยสาร
     นายเอกสิทธิ์  กนกวิจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด เปิดเผยว่า พันทิพย์ ซึ่งเป็นขนส่งมวลชนเจ้าใหญ่ทั้งไทยและต่างประเทศในดินแดนท่องเที่ยวภาคใต้หลายจังหวัด อาทิ ภูเก็ต พังงา กระบี่ ระนอง และสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมมือกับ นายพลศักดิ์  ปิยะทัต กรรมผู้จัดการบริษัท อัลไพน์ จำกัด ผู้ผลิต Electronic Air Filter และออกแบบผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศส่งจำหน่ายเป็นสินค้าส่งออกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่สามารถฟอกอากาศเพื่อกำจัดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย และ PM 2.5 โดยได้ติดตั้งแผ่นฟอกอากาศ Alpine Filter ในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งข้ามจังหวัดมากกว่า 100 คัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายไวรัสและแบคทีเรียของนักเดินทางชาวต่างชาติและชาวไทยในระหว่างเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งไทยและต่างประเทศภายในอาคารผู้โดยสารและรถขนส่งโดยสารในขณะเดินทาง 
     นายเอกสิทธิ์ฯ ยังกล่าวต่ออีกว่า การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องพักผู้โดยสารและห้องประชุม ณ อาคารสำนักงานใหญ่  ผลการดำเนินการหลังจากการทดลองใช้เครื่องฟอกอากาศตามเทคโนโลยีของ บริษัทฯ พบว่า ไม่พบรายงานของผู้ติดเชื้อโรวิด 19 แต่อย่างใด คุณภาพอากาศสดชื่นขึ้น นอกจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 จะไม่พบในบริเวณที่ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศนี้แล้ว การติดเชื้อที่เกิดขึ้นกับระบบทางเดินหายใจ (Respiratory System) เช่น ไข้หวัด การแพ้อากาศ และอื่นๆ ก็ลดลงด้วย ซึ่งทางบริษัท พันทิพย์ (1970) จำกัด และบริษัท อัลไพน์ จำกัด จะได้ขยายโครงการและแผนงานการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องฟอกอากาศในยานพาหนะต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ 
     ด้าน นายพลศักดิ์  ปิยะทัต กรรมการผู้จัดการบริษัท อัลไพน์ จำกัด กล่าวว่า แผ่นฟอกอากาศ Alpine Filter ออกแบบมาเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคแบบทวีคูณทุกชนิดที่ติดต่อทางอากาศ ซึ่งโครงสร้างของแผ่นฟอกอากาศเป็นแบบหลายชั้นซ้อนกัน (Multi Layers) โดยอาศัยหลักการทำงานในระบบสนามแม่เหล็กไฟฟ้าสถิต เพื่อเพิ่มความสามารถในการกำจัด Airborne Pollutants Particle ได้ถึง 7.812 x 10 ไมครอน สามารถกำจัดฝุ่นละออง เชื้อโรค เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย ควันบุหรี่ ควันพิษ ไอระเหยของสารเคมี และเรย์ดอนแก๊ส
     ซึ่งระบบฟอกอากาศที่กล่าวมาเป็นที่นิยมในตึกอาคารสูงขนาดใหญ่ ธนาคารต่าง ๆ โรงพยาบาล และหน่วยงานราชการชั้นนำของประเทศ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูง 99.9999% โดยมีผลทดสอบรับรองจากสถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยหลายแห่ง รวมถึงได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับสากล แผ่นฟอกอากาศ Alpine Filter ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยให้กับสถานที่ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ลดการระบาดของโรคติดต่อที่เกิดจากระบบทางเดินหายใจ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลสุขภาพของบุคคลที่ทำงานที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ
     สำหรับเครื่องฟอกอากาศฟิลเตอร์ ได้รับรางวัลผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2550 รางวัลในสาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย จากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
Read More
ONE LUMPINEE ดีลประวัติศาสตร์ที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่สู่วงการมวยไทยทั้งระบบ สุดยิ่งใหญ่!

ONE LUMPINEE ดีลประวัติศาสตร์ที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่สู่วงการมวยไทยทั้งระบบ สุดยิ่งใหญ่!

 แถลงข่าวยิ่งใหญ่! ONE LUMPINEE เปิดตัวอย่างเป็นทางการ กับดีลประวัติศาสตร์ที่จะสร้างปรากฎการณ์ใหม่สู่วงการมวยไทยทั้งระบบ

     “วัน แชมเปียนชิพ (ONE)” องค์กรสื่อกีฬาระดับโลก ผนึกกำลัง “สนามมวยเวทีลุมพินี” เปิดประวัติศาสต์หน้าใหม่ให้กับวงการมวยไทย เตรียมระเบิดศึก ONE LUMPINEE ด้วยมาตรฐานโปรดักชันระดับโลก สร้างคอนเทนต์กีฬาในรูปแบบเวิลด์คลาส ยกระดับวงการมวยไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยบิ๊กบอสใหญ่ “ชาตรี ศิษย์ยอดธง” แย้มจัดศึกปฐมฤกษ์มกราคมปีหน้า ในรูปแบบอินเตอร์เนชันแนลไฟต์ ที่รวบรวมศิลปะการต่อสู้อันหลากหลายทั้ง มวยไทย มิกซ์มาเชียลอาร์ต (MMA) คิกบ็อกซิง ฯลฯ ยิงสดมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ผู้ชมมากกว่า 60 ล้านคนในทุกแพลตฟอร์ม

     เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2565 "นายชาตรี ศิษย์ยอดธง" ผู้ก่อตั้ง ประธาน และซีอีโอ ONE พร้อมด้วย "พลเอกสุชาติ แดงประไพ" ผู้อำนวยการศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก (มวยไทยลุมพินี) แถลงข่าวประกาศความร่วมมือ เตรียมจัดการแข่งขันมวยไทยโปรดักชันระดับโลกในชื่อศึก “ONE LUMPINEE” ณ สนามมวยเวทีลุมพินี รามอินทรา กรุงเทพ โดยมีเหล่าโปรโมเตอร์ หัวหน้าคณะ ค่ายมวย นักมวยไทย บุคลากรในวงการกีฬาทั้งภาครัฐและเอกชน สื่อมวลชน ตลอดจนแฟนคลับ เดินทางมาร่วมงานกว่า 1,000 คน

     นายชาตรี ศิษย์ยอดธง เปิดเผยว่า “สนามมวยเวทีลุมพินี ถือเป็นสนามมวยอันทรงเกียรติยศสูงสุดแห่งวงการมวยไทยมาอย่างยาวนาน เป็นสถานที่ให้กำเนิดแชมป์มวยไทย และนักชกระดับตำนานมาแล้วหลายยุคหลายสมัย และนักชกซึ่งเป็นแชมป์โลกของ ONE หลายคนก็มีความหลังกับสนามมวยแห่งนี้ โดยสนามมวยเวทีลุมพินีมีวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้กีฬามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้จริงๆ โดยปลอดการพนัน มีมาตรฐานที่จะก้าวไปสู่ระดับโลกได้ จึงเป็นที่มาของการตอบรับคำเชิญจากกองทัพบกในการรับตำแหน่งโปรโมเตอร์ประจำสนามมวยเวทีลุมพินีในครั้งนี้”

     “ลุมพินีได้รับการยกย่องว่าเป็นเมกกะมวยไทยแห่งหนึ่งของโลก ความร่วมมือกับ ONE ซึ่งเป็นโปรโมเตอร์ศิลปะการต่อสู้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ผมมั่นใจว่าจะสามารถสร้างปรากฎการณ์ใหม่ และช่วยยกระดับมวยไทยไปสู่ระดับโลกได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเราจะนำระบบการจัดการแข่งขันมาตรฐานเวิลด์คลาสของ ONE ที่เป็นสปอร์ต เอนเตอร์เทนเมนต์ มีความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ และมีเกณฑ์การตัดสินที่เที่ยงธรรมได้มาตรฐานสากล มาจัดให้แฟน ๆ ได้รับชมกันอย่างจุใจในชื่อศึก ONE LUMPINEE และยังต่อยอดสู่การเป็นคอนเทนต์ระดับโลกที่ช่วยโปรโมตประเทศไทยไปในตัว ถ่ายทอดสดไปมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก ผู้ชมมากกว่า 60 ล้านคนในทุกแพลตฟอร์ม"

     “สำคัญที่สุด เราพร้อมจะให้ค่าตอบแทนที่สูงที่สุดในประเทศไทยแก่นักมวยที่เข้าแข่งขันใน ONE LUMPINEE เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของนักกีฬา พร้อมเปิดกว้างให้ค่ายมวยทุกแห่งทั่วประเทศส่งนักมวยเข้าแข่งขัน หากใครทำผลงานได้ดีก็จะมีโอกาสก้าวเข้ามาเป็นนักกีฬาในสังกัดของ ONE หรือลงแข่งขันชิงแชมป์ในทัวร์นาเมนท์อื่น ๆ ของ ONE ได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังจะมีการจัดอินเตอร์เนชันแนลไฟต์ ที่รวบรวมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ทั้ง มวยไทย มิกซ์มาเชียลอาร์ต (MMA) คิกบ็อกซิง ฯลฯ ทำให้การรับชมกีฬาการต่อสู้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น”

     ด้าน พล.อ.สุชาติ แดงประไพ กล่าวว่า “ทางกองทัพบกมีความตั้งใจอย่างมากที่จะยกระดับมวยไทยให้เป็นกีฬาอย่างแท้จริง เราหวังที่จะเห็นมวยไทยซึ่งไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะผลักดันมวยไทยให้เป็นซอฟท์พาวเวอร์สู่ระดับโลก เราจึงมองหาโปรโมเตอร์ที่จะช่วยสร้างความสำเร็จนี้ให้เกิดขึ้นได้จริง จึงได้เชิญ ONE ซึ่งเป็นผู้จัดการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกมาเป็นโปรโมเตอร์จัดศึก ONE LUMPINEE ในครั้งนี้”

     “แฟนๆ จะได้เห็นโปรดักชันดีไซน์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในวงการมวยไทย โดยจะมีการจัดแข่งขันเกิดขึ้นทุกสัปดาห์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักกีฬาได้ลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้นอกจากจะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมมวยไทยแล้ว ยังเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมวงการมวยไทยไปสู่ระดับโลกด้วย”

     “ทีมงานของสนามมวยเวทีลุมพินี และ ONE จะทำงานร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนกรรมการ และทีมงาน ซึ่งจะทำให้ช่วยเพิ่มองค์ความรู้ และประสบการณ์ให้กับบุคลากรในวงการมวยไทยบ้านเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งเรามีผู้ตัดสินชาวไทยหลายคนที่มีความสามารถและฝีมือดี แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานในองค์กรใหญ่ระดับนานาชาติ การเข้ามาของ ONE จึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้พวกเขาได้แสดงความสามารถสู่สายตาชาวโลกได้มากขึ้น และหากทำได้ดีก็มีโอกาสที่จะต่อยอดไปเป็นกรรมการในศึก ONE ได้ต่อไปในอนาคต”

     ทั้งนี้ ONE LUMPINEE จะระเบิดศึกนัดแรกรับศักราชใหม่ในเดือนมกราคม 2566 โดยจะจัดการแข่งขันทุกสัปดาห์ อย่างน้อย 52 ครั้งตลอดปี ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ สนามมวยเวทีลุมพินี เป็นศูนย์กลางของเมกกะมวยไทย ก้าวสู่การเป็นศูนย์รวมของศิลปะการต่อสู้อันหลากหลายในรูปแบบสปอร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์และการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สำคัญของไทย

     ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand และแฟนเพจ Lumpinee Boxing Stadium

Read More
การแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2565 “CASIO Math Competition 2022” ตอบรับดีเกินคาด

การแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2565 “CASIO Math Competition 2022” ตอบรับดีเกินคาด

การแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอ ครั้งที่ 3 ประจำปีการศึกษา 2565
“CASIO Math Competition 2022”
     เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2565 ณ ห้อง Grand Hall 201-202 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร เข้าสู่การจัดงานครั้งที่ 3 แล้วกับการแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอ “CASIO Math Competition 2022”ประจำปีการศึกษา 2565 สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของทางบริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เซ็นทรัลเทรดดิ้ง จำกัด ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 ที่ส่งเสริมเด็กไทยให้สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ด้านคณิตศาสตร์ให้เกิดประสิทธิผล สามารถนำไปใช้ต่อได้ในอนาคต 
        คุณโยชิโนริ นากาจิม่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอในปีนี้ มุ่งหมายให้เด็กนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ได้แสดงศักยภาพทางคณิตศาสตร์ควบคู่กับเครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์ เพื่อเตรียมความพร้อมแก่นักเรียนให้มีความรู้การใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์สำหรับต่อยอดในระดับอุดมศึกษา และได้ฝึกการทำงานร่วมกันเป็นทีมและเสริมสร้างความสามัคคี เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนได้ทบทวนและเพิ่มพูนความรู้ทางคณิตศาสตร์ อีกทั้งช่วยส่งเสริมคุณครูคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษา นำความรู้ที่ได้จากการอบรมครูไปถ่ายทอดลงสู่นักเรียนได้ด้วย ทางคาสิโอจึงมุ่งมั่นและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการแข่งขันให้กับเด็ก ๆ ในครั้งนี้ เป็นอย่างมากเพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความสามารถของตนเองอย่างแท้จริง”
        ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมแข่งขันระดับมัธยมศึกษารวม 191 คน ได้แก่ นักเรียนมัธยมต้น 88 คน และมัธยมปลาย 103 คน จากโรงเรียน 32 แห่ง จัดแบ่งเป็นทีม ทีมละ 2 คน โจทย์ที่ใช้ในการแข่งขันจัดสอบการแข่งขันในปีนี้มีความท้าทายกว่า 2 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้ นักเรียนได้ใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์มากขึ้น โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 2 รอบ คือ รอบที่ 1 เป็นข้อสอบแบบปรนัย จำนวน 40 ข้อ และรอบที่ 2 เป็นข้อสอบแบบอัตนัย จำนวน 30 ข้อ เพื่อได้ทีมผู้ชนะในแต่ละช่วงชั้น ระดับมัธยมต้นและปลาย โดยนักเรียนจะต้องใช้เครื่องคิดเลขวิทยาศาสตร์คาสิโอ fx-991EX Classwiz เป็นตัวช่วยในการทดสอบ โรงเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ในครั้งนี้ในระดับมัธยมศึกษาต้น โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้แก่ เด็กชายธรรม์ณภพ เลิศบุญยพันธุ์  และเด็กหญิงชวัลญา เลาหเจริญสมบัติ กล่าวว่า "รู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ในปีนี้ได้เข้าร่วมกิจกรรมการกับทาง Casio โดยได้ใช้เวลาในการเตรียมตัวฝึกซ้อมประมาณ 2 เดือน ได้ฝึกการใช้เครื่องคิดเลขทุกฟังก์ชัน พร้อมกับฝึกทดลองโจทย์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน ภูมิใจมากที่รับรางวัลในครั้งนี้ จะตั้งใจฝึกฝนและพัฒนาตัวเองให้มีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งต่อๆไปอีกแน่นอน " ส่วนรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 1 ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย ได้แก่ นายอาลิยาสุ​ อาเเว และ นายพงศกร ศรีมุงคุณ กล่าวว่า "ได้รับรางวัลชนะเลิศในพอได้รู้สึกดีใจมากครับ การเข้าร่วมการแข่งขันคณิตศาสตร์ด้วยเครื่องคิดเลขคาสิโอเป็นอีกประสบการณ์ ที่ทำให้พวกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับการใช้งานเครื่องคิดเลขและได้ฝึกการทำงานเป็นทีม และยังสามารถนำไปต่อยอดในการเรียนได้ระดับอุดมศึกษา"
Read More
GIZ จับมือ ทส. จัดกิจกรรม “Glocal Climate Change: Act Locally, Change Globally”

GIZ จับมือ ทส. จัดกิจกรรม “Glocal Climate Change: Act Locally, Change Globally”

GIZ ร่วมกับ ทส. จัดกิจกรรม “Glocal Climate Change: Act Locally, Change Globally”
     องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ร่วมกับ สำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม (สผ.) จัดกิจกรรม “Glocal Climate Change: Act Locally, Change Globally” ประกาศความสำเร็จความร่วมมือการดำเนินงานด้านนโยบาย ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy)
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

     (วานนี้ 19 ส.ค. 65) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีปิดโครงการและกิจกรรมสร้างความตระหนักแก่ภาคสาธารณะโครงการการดำเนินงานด้านนโยบาย ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy) โดยมี นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม (สผ.) นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย นายโยฮัน แคเนอร์ ที่ปรึกษาทูตฝ่ายเศรษฐกิจ สถานทูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย ดร.อังคณา เฉลิมพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการการดำเนินงานด้านนโยบาย แผนงานความร่วมมือ ไทย-เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (GIZ) พร้อมด้วยนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมชาวไทยและต่างประเทศ และสื่อมวลชน ร่วมงาน ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 1 กรุงเทพฯ
     นายจตุพร กล่าวก่อนมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ 10 จังหวัดนำร่องที่บูรณาการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแผนพัฒนาจังหวัด ได้แก่ ยโสธร มหาสารคาม ตาก สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชลบุรี จันทบุรี ชุมพร ระนอง และกรุงเทพมหานคร ว่า การวิเคราะห์ความเหมาะสมในการนำโมเดลของจังหวัดนำร่องในโครงการฯ ไปขยายผลในทุกจังหวัดของไทยมีความสำคัญอย่างมาก  ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)  จะประสานการทำงานในเรื่องนี้กับกระทรวงมหาดไทยต่อไป โดย ทส. ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสิ่งแวดล้อม คุ้มครองธรรมชาติ ความปลอดภัยทางปรมาณูและคุ้มครองผู้บริโภค สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (BMUV) ภายใต้แผนงานปกป้องสภาพภูมิอากาศสากล (International Climate Initiative: IKI) ในโครงการดำเนินงานด้านนโยบายภายใต้แผนงาน ความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ด้านความร่วมมือ (พลังงาน การจัดการขยะ การเกษตร การจัดการน้ำ และการจัดทำและขับเคลื่อนนโยบาย) ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2561 – 2565) วงเงินรวม 650 ล้านบาท โดยมีสำนักงานนโยบายเเละเเผนทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม (สผ.) ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) เป็นหน่วยดำเนินงานหลัก โครงการ TGCP-Policy ให้การสนับสนุนประเทศไทยในการจัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ การยกระดับเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด การยกร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดทำแนวทางควบคุมคุณภาพข้อมูลกิจกรรมสำหรับการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการขับเคลื่อนประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ผ่านการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดอย่างบูรณาการและมีส่วนร่วม
นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย

     ด้าน นายไรน์โฮลด์ เอลเกส ผู้อำนวยการองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศ ของเยอรมัน (GIZ) ประจำประเทศไทยและมาเลเซีย กล่าวชื่นชมประเทศไทยที่ได้ประกาศเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ท้าทาย ซึ่งสร้างความชัดเจนเชิงนโยบาย และเป็นการประกาศเจตนารมณ์ที่จะยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายไปสูาการปฏิบัติในระยะต่อจากนี้ องค์กร GIZ ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนประเทศไทยในหลายภาคส่วนให้บรรลุเป้าหมายที่ท้าทายนี้ พร้อมกันนี้ได้แสดงความยินดีต่อ ทส กับความสำเร็จในการจัดงาน Thailand Climate Action Conference (TCAC) เมื่อวันที่ 5-6 สิงหาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ทส มีความพร้อมและความก้าวหน้าในการสร้างเครือข่ายกับทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม
     พิธีปิดโครงการและกิจกรรมสร้างความตระหนักแก่ภาคสาธารณะโครงการการดำเนินงานด้านนโยบาย ภายใต้แผนงานความร่วมมือไทย – เยอรมัน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (TGCP-Policy) GIZ ร่วมกับ สผ. จัดกิจกรรม “Glocal Climate Change: Act Locally, Change Globally” ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ 1 ตลอดทั้งวัน ภายในงานมีการมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ 10 จังหวัดนำร่อง นายชัยวัฒน์  ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาแสดงบทบาทและบริบทของกระทรวงมหาดไทยที่จะร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการจัดการภัยพิบัติและการดูแลให้ประชาชนในพื้นที่สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ กิจกรรม Climate Action Talk: “From Science to Policy to Action on the Ground” จากเหล่ากูรูด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ รศ.ดร.บัณฑิต ลิ้มมีโชคชัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร. กรรณิการ์ ธรรมพานิชวงค์  จาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ดร. พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นายศิระ ลีปิพัฒนวิทย์ ผู้ประกอบการเรือไฟฟ้าเช่าเหมาลำ “สุขสำราญ” และ ดร. สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ อดีตประธานมูลนิธิโลกสีเขียว 
     นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Movie & Talk ฉายภาพยนตร์เรื่อง ““Breaking boundaries” โดยมี “ยอด-บอล” จากรายการ “หนังพาไป” พร้อมด้วย ดร.เพชร มโนปวิตร จากมูลนิธิโลกสีเขียว รวมพูดคุย ต่อด้วยกิจกรรม Youth Climate Ready Workshop ซึ่งได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาเข้าร่วมกว่า 40 คน โดยในกิจกรรมได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาออกแบบการสื่อสารเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเป็นผู้นำในการขับเคลื่อน Climate Change ในกลุ่มเยาวชนต่อไป และยังมีส่วนนิทรรศการแสดงผลการดำเนินการโครงการฯ รวมถึงกิจกรรมร่วมแบ่งปันไอเดียจากผู้เข้าร่วมงานและผ่านช่องทางออนไลน์ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลกที่จะรับมือด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อโลกร่วมกัน
     ทั้งนี้ ต่อเนื่องจากโครงการ TGCP-Policy ทส. ยังได้รับการสนับสนุนจากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในการดำเนินโครงการ Climate, Coastal, and Marine Biodiversity (CCMB) ซึ่งมี สผ. และ GIZ เป็นหน่วยงานดำเนินงานหลัก โดยมีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2570) วงเงินประมาณ 360 ล้านบาท เพื่อยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี ค.ศ. 2065 และขยายขอบเขตการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เชื่อมโยงกับการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะความหลากหลายชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รับการสนับสนุนโครงการอื่น ๆ ด้านพลังงานและขนส่ง และการรับมือต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในพื้นที่เมือง อีกประมาณ 1,290 ล้านบาท
     สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีถือเป็นต้นแบบที่ดีในการตั้งเป้าหมายและขับเคลื่อนการดำเนินงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง อีกทั้งยังคงให้การสนับสนุนด้านการเงิน องค์ความรู้ และเทคนิควิชาการ กับประเทศกำลังพัฒนาตามที่ได้ให้คำมั่นไว้ตามความตกลงปารีสมาโดยตลอด รวมถึงประเทศไทยที่ได้รับความร่วมมือในด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาตลอดระยะเวลา 13 ปี ทั้งในสาขาพลังงาน คมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรม น้ำ เกษตร การท่องเที่ยว และของเสีย วงเงินกว่า 3,810 ล้านบาท ทั้งนี้ ทส. จะได้ขยายความร่วมมือระหว่างประเทศด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในรูปแบบความร่วมมือทวิภาคีและพหุพาคี เพื่อการสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของประเทศไทยต่อไป
Read More

ช่อง copthai tv สถานีทีวีตำรวจ

Sponsor

AD BANNER